ประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากเลยคือ การปลูกผมแบบบุฟเฟ่ต์/เหมากราฟต์ ดีไหมสามารถทำได้ไหม ปัจจุบันเราพบปัญหาที่ตามมาจากการปลูกแบบเหมากราฟค่อนข้างเยอะขึ้น ซึ่งปัญหาที่ตามมาเลยคือการเก็บกราฟมากเกินความจำเป็นหรือ Over Harvesting ส่งผลให้ผมบริเวณท้ายทอยดูบางรุนแรงจนถึงระดับล้าน ซึ่งเป็นความเสียหายที่ส่วนตัวไม่มีคุณหมอคนไหนอยากให้เกิด เพราะทำให้สภาพหนังศีรษะคนไข้เสียสภาพ และ คนไข้ไม่สามารถที่จะปลูกผมในครั้งที่ 2 หรือ 3 ได้อีก ซึ่งในประเด็นนี้ มีคำถามที่ทางคลินิกจะถูกถามเข้ามาบ่อยๆ

ข้อที่ 1 คือการปลูกแบบเหมากราฟต์ดีไหม
คำตอบคือสามารถทำได้ แต่อย่างไรคนไข้ควรจะทราบถึง ข้อเท็จจริงต่างๆ ก่อนการตัดสินใจปลูกแบบเหมากราฟต์
- ข้อแรก คือกอผมคนเรามีจำกัด และไม่ได้มีปริมาณมาก โดยปกติปริมาณรากผมในคนเอเชียอยู่ที่สามารถเก็บได้จะอยู่ที่ 2500-3500 กราฟต์ และ กอผมที่ถูกเก็บแล้ว จะหายไปเลยถาวร และ จะทิ้งเป็นรอยแผลเป็น โดยจะไม่มีผมใหม่งอกขึ้นมาทดแทนในบริเวณนั้น
2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมานกอผมที่เก็บได้

ได้แก่ บุหรี่ – อายุ และ กรรมพันธุ์ ซึ่งในหลายๆ ครั้งคนไข้มักจะมาด้วยโจทย์ต้องการให้หมอปลูกแบบเหมากราฟต์ โดยไม่ได้สนใจว่าหมอจะเก็บได้เท่าไร ซึ่งในความเป็นจริงคนไข้ส่วนมากจะคาดหวังว่าหมอจะสามารถเก็บออกมาได้ 3000-4000 กราฟ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือผมคนไข้บางมากๆ ในความเป็นจริงที่น่ากลัวคือหลายเคสเก็บได้เพียง 1500 กราฟ เคสที่หนักจริงๆ อาจจะเก็บได้เพียง 700 กราฟ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ผมด้านหลังบางถึงล้านรุนแรง ซึ่งคุณหมอเชื่อว่าไม่มีคนไข้คนไหนต้องการแน่นอน
เพราะฉะนั้นการประเมินกอผมอย่างตรงไปตรงมา คุณหมอจึงคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวคนไข้สูงสุด

ที่ MP เราก็มีการปลูกแบบเหมาเช่นกัน แต่ทางคลินิกจะมีการประเมินเป็นระดับ ตามปริมาณจริงว่าคนไข้จำเป็นต้องปลูกมากน้อยเท่าไร และ รากผมท้ายทอยมีเพียงพอจริงไหมในการปลูกผมปริมาณที่ต้องการ ซึ่งหากกอผมท้ายทอยมีปริมาณน้อยกว่าที่ต้องใช้ในการปลูก คุณหมอก็จะมีการคุยก่อนว่าอาจจะไม่เพียงพอต่อการปลูก อาจต้องมีการเปลี่ยนแผนหรือลดปริมานกราฟต์ลง ซึ่งทั้งหมดจะถูกประเมินโดยคุณหมอ เพื่อให้เกิดความแม่นยำที่สุด และ ปลอดภัยต่อกราฟต์ลูกค้าที่สุด
ข้อที่ 2 คือ การเก็บกอผมแบบเผื่อไปเลย ปริมาณเยอะๆ สามารถทำได้ไหม
การเจาะ กับ ความสมบูรณ์ของกราฟต์ที่เก็บได้เป็นคนละเรื่องกัน โดยสภาพกราฟที่สมบูรณ์ต้องมีเนื้อเยื่อรอบกราฟโดยรอบและถ้าจะดีที่สุดควรมีไขมันติดมาที่ส่วนปลาย ส่วนกราฟต์ที่เก็บมาแล้วมีลักษณะขาดหากนำมาปลูกก็จะไม่ขึ้นมา ในส่วนนี้จะถูกแยกออก

ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบกัน 2 เหตุการณ์ ที่แรกใช้เครื่องมือเก็บกราฟที่ไม่ได้มาตรฐาน การเจาะไป 100 กราฟ % กราฟที่สมบูรณ์อาจจะอยู่เพียง 50% เปรียบเทียบกับอีกที่ที่ใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และ ทีมปลูกมีความชำนาญ การเจาะ 100 กราฟ % กราฟที่สมบูรณ์สามารถสูงถึง 90% จะเห็นว่าการเก็บผม 500 กราฟ ถ้าที่แรกอาจจะต้องเจาะถึง 1000 รู แต่ที่ที่2 เจาะเพียง 560 รู ก็เพียงพอ ซึ่งปริมานการเจาะที่น้อยกว่า ก็ส่งผลดีกว่าคนไข้ ทั้งการพักฟื้น ความเจ็บ สภาพหนังศีรษะที่บาดเจ็บน้อยกว่า
ฉะนั้นในส่วนนี้ ทั้งเรื่องเครื่องมือที่ใช้เก็บกราฟต้องได้มาตรฐาน และ ทีมปลูกต้องมีความชำนาญ และ การเก็บกราฟต์ควรจะเก็บเท่าที่จำเป็น เพื่อให้หนังศีรษะคนไข้บาดเจ็บน้อยสุดและได้กราฟที่มีคุณภาพสูงสุด
ข้อที่ 3 คือ ถ้ามันเหลือเราปลูกเผื่อไว้เลยได้ไหม
ไม่แนะนำเช่นกัน ตามมาตรฐานเราควรปลูกน้อยสุดที่จำเป็น หรือ Minimal Necessary เนื่องจากการปลูกผมเป็นการผ่าตัดประเภทนึง ที่ก่อให้เกิดแผลซึ่งตามการรักษาทางการแพทย์จริงๆ เราไม่ควรทำให้เกิดแผลที่ไม่จำเป็นกับคนไข้ เพราะสามารถส่งผลต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบๆ รวมถึงผมเดิมหรือ native hair มีโอกาสตายได้ รวมถึงส่งผล shock loss ในตำแหน่งอื่นได้เช่นกัน
นอกจากนี้หากคนไข้ปลูกผมไวตั้งแต่อายุ 20 แล้วใช้ปริมานกราฟต์ไปเยอะ สามารถส่งผลให้ในอนาคตหากผ่านไป 20-30 ปี หากคนไข้มีความจำเป็นต้องปลูกเพิ่มในรอบที่ 2 กอผมที่เก็บได้อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป
สรุปว่าการปลูกผมเป็นหัตถการใหญ่ในช่วงชีวิตของคนเรา เราอาจจะปลูกอยู่เพียง 1-2 ครั้งเพราะฉะนั้นการเลือกคลินิกปลูกผมที่มีความชำนาญจึงสำคัญต่อผลลัพธ์ของการปลูกผมระยะยาว





