Hair Transplant

Short Hair DHI

ฟื้นความหนาแน่นอย่างเป็นธรรมชาติ มั่นใจทุกมุม

9 MONTH

Short Hair (การปลูกผมแบบตัดผมสั้น / โกน)

เป็นการปลูกผมเทคนิคมาตรฐาน โดยต้องไถตัดผมด้านหลัง (Donor Area) หรือโกนผมบางส่วน เพื่อให้เจาะและเก็บกราฟต์ผมได้สะดวก

การทำ Short Hair FUE ไม่ได้หมายความว่าจะต้อง “โกนหมดทั้งศีรษะ” เสมอไป โดยทั่วไปสามารถแบ่งการตัดผมด้านหลังออกเป็น 2 รูปแบบตามความเหมาะสมของลูกค้า

1. Shave (โกนทั้งหมด)

ลักษณะ: โกนผมสั้นเกรียนทั่วทั้งศีรษะ

ข้อดี: แพทย์ทำงานได้สะดวกรวดเร็วที่สุด เก็บกราฟต์และประเมินทิศทางความหนาแน่นได้ง่ายที่สุด

เหมาะกับ: ผู้ชายที่ชอบตัดผมสั้นทรงสกินเฮด (Skinhead) หรือผู้ที่ต้องปลูกผมปริมาณมาก (3,000–4,000+ กราฟต์)

2. Par-Shave (โกนเป็นแถบซ่อนด้านหลัง)

ลักษณะ: โกนเฉพาะพื้นที่ด้านหลังเป็นแถบเล็กๆ แล้วใช้ผมด้านบนที่ยาวกว่าหวีลงมาปิดทับไว้

ข้อดี: ด้านหลังดูเหมือนปกติทันที ไม่ต้องโกนทั้งศีรษะ

เหมาะกับ: ผู้ที่มีผมด้านบนยาวปานกลางขึ้นไป และปลูกปริมาณกราฟต์ปานกลาง (1,500–2,500 กราฟต์)

วิธีการเก็บกราฟต์

วิธีการเก็บกราฟต์จะเป็นเทคนิค FUE ใช้หัวเจาะขนาดเล็ก (Punch) เจาะรอบกอผมบริเวณท้ายทอย เทคนิคนี้แผลเล็ก ฟื้นตัวไว จากนั้นใช้คีมปลายแหลม (Forceps) ดึงรากผมออกมา รากผมที่ได้จะมีเส้นผมสั้นติดอยู่ประมาณ 1–2 มม.

วิธีการปลูก

ที่ MP Clinic จะปลูกเทคนิค DHI ทุกเคส โดยนำกราฟต์ผมสั้นโหลดใส่ปลายเข็มของ ปากกาปลูกผม (Implanter Pen) จากนั้นแพทย์จะใช้ปากกากดปักลงบนหนังศีรษะและปล่อยกราฟต์ผมเข้าสู่ชั้นผิวหนังในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องเจาะเบิกรูก่อน ทำให้ควบคุมทิศทาง มุม และความลึกของเส้นผมได้แม่นยำ

เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ต้องการปลูกผมจำนวนมาก (เช่น เกิน 2,500–3,000 กราฟต์ขึ้นไป)
  • ผู้ที่มีงบประมาณจำกัด (ราคาต่อกราฟต์จับต้องได้ง่ายกว่า)
  • ผู้ชายที่ตัดผมสั้นเป็นปกติอยู่แล้ว

ไม่เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ไม่สามารถโกนหรือตัดผมสั้นได้เนื่องจากต้องรีบกลับไปทำงานทันที
  • ผู้ที่ต้องการปิดบังรอยแผลหลังทำทันที
สาขาที่ให้บริการ
เชียงใหม่

MP Clinic Center

ภูเก็ต

Morepure Clinic

Hair Transplant

Short Hair DHI ลูกค้าเพศชาย
  • คุณ B มีปัญหาหน้าผาก 2 ฝั่งเถิกสูงเป็นรูปตัว M และไรผมค่อนข้างบางผมบริเวณกรอบหน้ายังไม่สม่ำเสมอ จึงสนใจเข้ามาปรึกษากับคุณหมอพีระที่ MP Clinic Chiang Mai ช่วงเดือน ธันวาคม 2024 ภายหลังเข้ามาคุณหมอได้ทำการตรวจส่องกล้องรากผม เพื่อหาสาเหตุของผมร่วง และ ประเมินระดับความรุนแรง ก่อนวางแผนการรักษา

    วันก่อนปลูก

    ข้อมูลผู้ป่วยเบื้องต้น

    ผู้ป่วยชาย สัญชาติไทย มีปัญหาผมบางและศีรษะล้าน โดยจากการประเมินอยู่ในระดับ 5 ตามเกณฑ์ Norwood-Hamilton Scale ซึ่งถือว่าเป็นระดับค่อนข้างรุนแรง มีผมบางชัดเจนบริเวณ

    • Mf (Mid Frontal) : กลางศีรษะด้านหน้า
    • Vx (Vertex) : บริเวณขวัญ

    จากการประเมินพื้นที่ทั้งหมด หากต้องการปลูกให้หนาแน่นเต็มพื้นที่ อาจต้องใช้กราฟต์มากถึงประมาณ 5,000 กราฟต์ ซึ่งแม้ในทางทฤษฎีจะสามารถทำได้ แต่ในทางปฏิบัติปริมาณกราฟต์ที่สามารถเก็บได้จากบริเวณท้ายทอย (Donor Area) อาจไม่เพียงพอ กรณีลักษณะนี้จึงจัดเป็นเคส Advanced Hair Transplant หรือเคสปลูกผมที่มีความซับซ้อนสูง

    หัวใจสำคัญของการรักษาคือ “การสร้างสมดุล (Balance)” ระหว่าง

    • ปริมาณกราฟต์ที่สามารถเก็บได้จริง
    • พื้นที่และตำแหน่งที่ต้องการปลูก

    การประเมินรากผมก่อนผ่าตัด

    ในวันปลูกผม ได้มีการตรวจสภาพรากผมบริเวณท้ายทอยด้วยกล้องขยาย พบว่ารากผมมีความแข็งแรงดี แม้ผู้ป่วยจะไม่เคยใช้ยาปลูกผมมาก่อน

    อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่จะมีคุณภาพรากผมบริเวณท้ายทอยที่แข็งแรงเช่นนี้ ในบางรายที่มีผมบางหรือความหนาแน่นต่ำ อาจจำเป็นต้องใช้ยากลุ่ม Minoxidil เพื่อกระตุ้นและบำรุงรากผมก่อนการผ่าตัด

    การวางแผนปลูกผม: การจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่

    ผู้ป่วยรายนี้มีปัญหาครอบคลุม 4 บริเวณหลัก ได้แก่

    • ด้านหน้า (Lt / Mf / Rt)
    • กลางศีรษะ
    • ขวัญ (Vx)

    1. บริเวณแนวผมด้านหน้า (Lt / Mf / Rt)

    ปลูกด้วยความหนาแน่นประมาณ 50 กราฟต์/ตร.ซม. เพื่อสร้างกรอบหน้าที่คมชัด ทำให้สามารถจัดแต่งทรงผมได้อย่างมั่นใจ และไม่ดูบางเหมือนก่อนปลูก

    2. บริเวณกลางศีรษะและขวัญ (Mid Mf & Vx)
    ปลูกด้วยความหนาแน่นประมาณ 30 กราฟต์/ตร.ซม. เพื่อให้มีเส้นผมปกคลุมอย่างสม่ำเสมอ แม้ไม่หนาแน่นเท่าด้านหน้า แต่ยังคงดูเป็นธรรมชาติบริเวณนี้ผู้ป่วยยังมีรากผมเดิมหลงเหลืออยู่ เพียงแต่บางลงจากกรรมพันธุ์ ดังนั้นการใช้ยาปลูกผมอย่างต่อเนื่องหลังการผ่าตัด จะช่วยฟื้นฟูและเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมเดิมได้เพิ่มเติม

    การดูแลหลังปลูกผมวันที่ 10 หลังปลูก

    เป็นช่วงถอดสะเก็ด ก่อนเข้าสู่ระยะที่เส้นผมปลูกอาจเกิดภาวะ Shock Loss ซึ่งเป็นกระบวนการปกติ
    ในระยะนี้ทางคลินิกจะ

    • จ่ายยาปลูกผมให้ใช้อย่างต่อเนื่อง
    • นัดฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) เป็นระยะ เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของรากผม

    ผลลัพธ์หลัง 1 ปี

    เมื่อครบ 1 ปีหลังการปลูกผม พบว่า

    • กรอบหน้าคมชัดขึ้นอย่างชัดเจน
    • สามารถจัดแต่งทรงผมได้ง่าย
    • บริเวณกลางศีรษะมีความหนาแน่นดี แม้ปลูกด้วยความหนาแน่นไม่สูงมาก

    ส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่ดี มาจากการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะยากลุ่ม DHT Blocker ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาเส้นผมทั้งผมปลูกและผมเดิม

    บทสรุป

    ผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้านระดับรุนแรง เช่น ระดับ 5–6–7 ตามเกณฑ์ Norwood-Hamilton Scale ยังคงสามารถรักษาและปลูกผมได้
    อย่างไรก็ตาม เคสลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัย

    • การวางแผนอย่างละเอียด
    • ความเข้าใจข้อจำกัดของปริมาณกราฟต์
    • ความร่วมมือในการดูแลหลังปลูกและการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง

    เมื่อแพทย์และผู้ป่วยทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  • ลูกค้าประเทศไทย อายุ 35 ปี มีปัญหาผมล้านบริเวณหน้าผาก 2 ฝั่งเถิกสูงเป็นรูปตัว M และได้เข้ามาปรึกษาคุณหมอพีระที่ MP Clinic Chiang Mai
    ช่วง พฤษภาคม 2023 ภายหลังเข้ามาคุณหมอได้ทำการตรวจส่องกล้องรากผมเพื่อหาหาสาเหตุของผมร่วง และ ประเมินระดับความรุนแรง ก่อนวางแผนการรักษา

    ก่อนปลูก

    ภายหลังการตรวจส่องกล้องคุณหมอระบุว่าลูกค้ามีปัญหาศีรษะล้านระดับ4 การรักษาที่เหมาะสมคือการศัลยกรรมปลูกผม ใช้กราฟต์จำนวน 2,220 กราฟต์
    ซึ่งสุขภาพรากผมพบว่า บริเวณ Donor area มีความแข็งแรง หนาแน่น จึงสามารถรักษาด้วยการศัลยกรรมปลูกผมได้ทันที

    หลังปลูกทันที

    หลังปลูก 6 เดือน

    ภายหลังจากการปลูกผม ครบ 6 เดือนพบว่า เริ่มมีผมใหม่ขึ้นบริเวณกรอบหน้า

    หลังปลูก 1 ปี

    ภายหลังจากการปลูกผม ครบ 1 ปี พบว่า ผมใหม่มีสุขภาพแข็งแรง ขึ้นอย่างหนาแน่น ทำให้ได้กรอบหน้าใหม่ที่ชัดเจน สามารถจัดแต่งทรงผมได้

  • ลูกค้าประเทศไทย อายุ 29 ปี มีปัญหาผมล้านบริเวณหน้าผาก 2 ฝั่งเถิกสูงเป็นรูปตัว M และได้เข้ามาปรึกษาคุณหมอพีระที่ MP Clinic Chiang Mai
    ช่วง เมษายน 2024 ภายหลังเข้ามาคุณหมอได้ทำการตรวจส่องกล้องรากผมเพื่อหาหาสาเหตุของผมร่วง และ ประเมินระดับความรุนแรง ก่อนวางแผนการรักษา

    ก่อนปลูก

    ภายหลังการตรวจส่องกล้องคุณหมอระบุว่าลูกค้ามีปัญหาศีรษะล้านระดับ4 การรักษาที่เหมาะสมคือการศัลยกรรมปลูกผม ใช้กราฟต์จำนวน 1,900 กราฟต์
    ซึ่งสุขภาพรากผมพบว่า บริเวณ Donor area มีความแข็งแรง หนาแน่น จึงสามารถรักษาด้วยการศัลยกรรมปลูกผมได้ทันที

    หลังปลูกทันที

    หลังปลูก 14 วัน

    หลังปลูก 10 เดือน

    ภายหลังจากการปลูกผม ครบ 10 เดือน พบว่า ผมใหม่มีสุขภาพแข็งแรง ขึ้นอย่างหนาแน่น ทำให้ได้กรอบหน้าใหม่ที่ชัดเจน สามารถจัดแต่งทรงผมได้

ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการรีวิวทั้งหมดได้รับอนุญาตจากบุคคลที่เป็นเจ้าของเคสรีวิวแล้ว การนำรูปภาพไปใช้ทำซ้ำ ดัดแปลง นอกเหนือจากเว็บไซต์ mphairclinic.com มีความผิดตามกฏหมาย

Short Hair DHI ลูกค้าเพศหญิง

ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการรีวิวทั้งหมดได้รับอนุญาตจากบุคคลที่เป็นเจ้าของเคสรีวิวแล้ว การนำรูปภาพไปใช้ทำซ้ำ ดัดแปลง นอกเหนือจากเว็บไซต์ mphairclinic.com มีความผิดตามกฏหมาย

FAQ ที่ลูกค้ามักถามเกี่ยวกับ Short Hair

สระผมเองที่บ้านได้ตั้งแต่วันที่ 9 เป็นต้นไป (โดยถูเบาๆ ตามคำแนะนำของแพทย์) ส่วนผมด้านหลังที่ไถสั้นไป จะใช้เวลาประมาณ 2–4 สัปดาห์ ในการยาวกลับมาสั้นในระดับที่ดูเป็นธรรมชาติจนคนอื่นสังเกตไม่ออก
หากเจาะโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและเจาะกระจายกราฟต์อย่างพอดี (ไม่เจาะถี่เกินไปในจุดเดียว) แผลสกัดเล็กขนาด 0.8–1.0 มม. จะสมานตัวกลายเป็นจุดเล็กมากๆ จนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเมื่อผมเริ่มยาวขึ้น
สามารถใส่หมวกทรงหลวมๆ หรือ หมวกที่ทางคลินิกแจกให้ ได้หลังทำประมาณ 1 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผ้าสัมผัสเบียดกับกราฟต์ผมที่ปลูก แต่ห้ามใส่หมวกแคปที่คับแน่นเกินไปในช่วง 2 สัปดาห์แรก
จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเฉพาะช่วงฉีดยาชาประมาณ 1–2 นาทีแรกเท่านั้นครับ ระหว่างทำจะไม่รู้สึกเจ็บเลย ส่วนหลังทำอาจรู้สึกตึงๆ หรือระบมบริเวณท้ายทอยประมาณ 1–3 วันแรก ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้ตามปกติครับ
ในช่วง 1 สัปดาห์แรก แนะนำให้นอนหนุนหมอนรองคอ (หมอนทรงตัว U) เพื่อล็อคศีรษะให้อยู่ในท่านอนหงายและยกศีรษะสูงเล็กน้อย ป้องกันไม่ให้ส่วนที่ปลูกไปถูไถกับหมอนครับ
ออกกำลังกายเบาๆ (เช่น เดินเร็ว) ได้หลังทำ 2 สัปดาห์ ส่วนกีฬาที่เหงื่อออกมาก เวทเทรนนิ่ง หรือว่ายน้ำ แนะนำให้เว้นระยะประมาณ 1 เดือน เพื่อรอให้รากผมยึดติดแน่นและป้องกันการติดเชื้อจากเหงื่อครับ