Alopecia Areata เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียเส้นผมเป็นหย่อมๆ บนหนังศีรษะ ใบหน้า และบางครั้งอาจเกิดขึ้นในบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย เช่น ใต้วงแขนหรือขา คำว่า “alopecia” หมายถึง ศีรษะล้าน ส่วน “areata” หมายถึง เป็นหย่อมๆ โรคนี้เป็นโรคภูมิต้านตนเองเรื้อรัง ที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีรูขุมขน ทำให้เส้นผมร่วง
สาเหตุของโรค Alopecia Areata
Alopecia Areata เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีรูขุมขน โดยเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบและเส้นผมร่วง
โรค Alopecia Areata เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่อาจกำเริบเป็นระยะๆ หรือเกิดขึ้นซ้ำได้ ปัจจัยที่สามารถกระตุ้นหรือทำให้โรคกำเริบมีหลายอย่าง ได้แก่
1. ความเครียดและภาวะทางจิตใจ
- ความเครียดทางร่างกายและจิตใจ เช่นความเครียดจากการทำงานหรือปัญหาส่วนตัว อาจกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ และส่งผลให้เส้นผมร่วงมากขึ้น
- โรคซึมเศร้า หรือภาวะวิตกกังวล อาจทำให้โรคกลับมากำเริบ

2. พันธุกรรม
- หากมีสมาชิกในครอบครัวเป็น Alopecia Areata หรือโรคภูมิคุ้มกันอื่นๆ เช่น โรคไทรอยด์อักเสบจากภูมิคุ้มกันตนเอง (Hashimoto’s Thyroiditis) หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ความเสี่ยงของการกำเริบอาจสูงขึ้น

3. การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
- การติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโควิด-19 หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ อาจกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติและทำให้เส้นผมร่วงเพิ่มขึ้น

4. ความไม่สมดุลของฮอร์โมน
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน หรือภาวะไทรอยด์ผิดปกติ อาจทำให้โรคกำเริบ

5. การสัมผัสสารเคมีหรือยาบางชนิด
- ยาบางประเภท เช่น ยาเคมีบำบัด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยากดภูมิคุ้มกัน อาจกระตุ้นให้เกิดอาการของโรค Alopecia Areata
- สารเคมีในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม เช่น น้ำยาย้อมผมที่มีแอมโมเนีย หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารระคายเคือง อาจทำให้โรคกำเริบในบางคน

6. การขาดสารอาหาร
- การขาด ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินดี และไบโอติน อาจส่งผลให้รูขุมขนอ่อนแอ และกระตุ้นให้เกิดอาการของโรค

7. สภาพแวดล้อมและฤดูกาล
- การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ เช่น อากาศเย็นจัดหรือร้อนจัด อาจกระตุ้นให้เส้นผมร่วงมากขึ้น
- มลภาวะ เช่น ฝุ่นละอองและควันพิษ อาจกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

- PM2.5 มีความสัมพันธ์กับการกำเริบของโรค Alopecia Areata เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้สามารถกระตุ้นการอักเสบและมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดโรค Alopecia Areata

ความสัมพันธ์ระหว่าง PM2.5 กับ Alopecia Areata
กระตุ้นการอักเสบและภูมิคุ้มกันผิดปกติ
- กระตุ้นการอักเสบและภูมิคุ้มกันผิดปกติ
- PM2.5 สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจ และทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในระบบต่างๆ รวมถึงผิวหนังและรูขุมขน
- งานวิจัยบางชิ้นพบว่าฝุ่น PM2.5 อาจส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจกระตุ้นให้โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น Alopecia Areata กำเริบ
- ความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress)
- ฝุ่น PM2.5 มีสารพิษ เช่น โลหะหนัก และสารประกอบอินทรีย์ที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (free radicals)
- อนุมูลอิสระเหล่านี้อาจทำลายรูขุมขนและทำให้เส้นผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่ายขึ้น
- ผลกระทบต่อฮอร์โมนและระบบไหลเวียนโลหิต
- ฝุ่น PM2.5 อาจรบกวนระบบฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับเส้นผม เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์และฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดผมร่วง
- นอกจากนี้ PM2.5 ยังอาจทำให้เส้นเลือดหดตัว ลดการไหลเวียนโลหิตไปยังหนังศีรษะ ทำให้รากผมได้รับสารอาหารน้อยลง
- การระคายเคืองของหนังศีรษะ
- ฝุ่น PM2.5 สามารถสะสมบนหนังศีรษะและรูขุมขน ทำให้เกิด การอักเสบ ระคายเคือง และคัน ซึ่งอาจกระตุ้นให้ผมร่วงมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่เป็น Alopecia Areata อยู่แล้ว

วิธีป้องกันผลกระทบของ PM2.5 ต่อเส้นผม
✅ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นสูง โดยเช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน
✅ ใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น (N95 หรือ KF94) เมื่อต้องอยู่ในที่ที่มีฝุ่นมาก
✅ ล้างผมให้สะอาดหลังเผชิญมลภาวะ ใช้แชมพูที่ช่วยลดการระคายเคืองและล้างสารพิษ
✅ รับประทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน C วิตามิน E และสังกะสี เพื่อช่วยลดการอักเสบ
✅ เสริมความแข็งแรงของรูขุมขน ด้วยการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะอย่างสม่ำเสมอ

อาการของโรค Alopecia Areata
ผู้ป่วยมักจะสังเกตเห็นการสูญเสียเส้นผมเป็นหย่อมๆ ขนาดประมาณเหรียญบนหนังศีรษะหรือบริเวณเครา แต่การสูญเสียเส้นผมสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่บนร่างกาย ในบางกรณีที่รุนแรง อาจทำให้เส้นผมบนหนังศีรษะทั้งหมดร่วง (Alopecia Totalis) หรือเส้นผมทั่วร่างกายร่วง (Alopecia Universalis)

การรักษาโรค Alopecia Areata
การรักษาโรคนี้มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ในกรณีที่มีการสูญเสียเส้นผมไม่มาก เส้นผมอาจงอกใหม่ได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่ในบางกรณีหากปล่อยไว้ไม่ได้รักษาอาจส่งผลให้อาการกำเริบจนผมร่วงหมดทั้งศีรษะได้ ดังนั้นหากผู้ป่วยมีอาการ แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ก่อน เลี่ยงการซื้อยาใช้เอง เพราะอาจทำให้อาการกำเริบกว่าเดิม ซึ่งแนวทางการรักษาเบื้องต้น เเพทย์ต้องใช้ยาสเตียรอยด์ที่ฉีดลงบนบริเวณรากผมที่ร่วง เพื่อกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและ การใช้ยา Minoxidil ทาเพื่อกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม

สรุป
Alopecia Areata เป็นโรคภูมิต้านตนเองที่ทำให้เกิดการสูญเสียเส้นผมเป็นหย่อมๆ แม้ว่าโรคนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยรวม แต่สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ