
หลายคนใช้ยาปลูกผมแล้วไม่เห็นผล เนื่องจาก ยังไม่เข้าใจกลไกของยาอย่างถูกต้อง โดยปัจจุบัน ยาปลูกผมสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
กลุ่มที่ 1 : Minoxidil
Minoxidil มีหน้าที่ กระตุ้นรากผมให้แข็งแรงขึ้น และช่วยให้เส้นผมที่งอกใหม่ดูหนาและแข็งแรงขึ้น แต่ยาไม่ได้ช่วยป้องกันผมร่วงจากสาเหตุฮอร์โมนหรือกรรมพันธุ์ หากใช้เพียงอย่างเดียวในบางราย อาจจะยังมีผมร่วงอยู่ จึงอาจไม่เห็นผลชัดเจน

กลุ่มที่ 2 : ยาต้านฮอร์โมน DHT
ยากลุ่มนี้ทำงานโดย ลดการทำงานของฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผมร่วงจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน ยาที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ Finasteride, Dutasteride และ Spironolactone การใช้ยาต้าน DHT จะช่วย ชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมและรักษาผมเดิมไว้ จึงถือเป็นการรักษาหลักในผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ หากไม่ได้ใช้ยากลุ่มนี้ ผมอาจยังคงร่วงต่อเนื่อง

สาเหตุที่ใช้ยาปลูกผมแล้วไม่เห็นผลยกตัวอย่าง 3 สาเหตุหลักๆที่พบบ่อย
(ข้อที่ 1) ใช้ยาไม่ตรงกับปัญหา เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ผู้ที่มีภาวะผมร่วงหรือผมบางจากกรรมพันธุ์ จำเป็นต้องใช้ ยากลุ่มต้านฮอร์โมน DHT แต่หลายคนกลับใช้เพียง Minoxidil อย่างเดียว แม้ Minoxidil จะช่วยให้เส้นผมดูหนาขึ้นได้ แต่ ไม่สามารถหยุดผมร่วงจากกรรมพันธุ์ได้ จึงทำให้ผมยังคงหลุดร่วงต่อเนื่อง คำแนะนำของแพทย์คือ ควรเลือกใช้ยาให้ตรงกับสาเหตุของปัญหา
หากมีปัจจัยเรื่องกรรมพันธุ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาต้าน DHT ร่วมกับ Minoxidil เพื่อช่วยทั้งลดผมร่วงและกระตุ้นการงอกของเส้นผมอย่างมีประสิทธิภาพ

(ข้อที่ 2) ใช้ยาไม่นานพอที่จะเห็นผล โดยเฉพาะการใช้ Minoxidil ในช่วง 2–8 สัปดาห์แรก อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า Minoxidil Induced Hair Loss คือผมร่วงมากขึ้นชั่วคราว ภาวะนี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่ายาไม่ดีหรือทำให้ผมร่วงหนักกว่าเดิม จึงหยุดใช้ยาก่อนเวลา ทั้งที่จริงแล้วเป็น ขั้นตอนปกติของการผลัดเส้นผมเก่าเพื่อเตรียมงอกเส้นผมใหม่ คำแนะนำของแพทย์คือ ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือน หลังจากนั้นจึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
(ข้อที่ 3) ร่างกายไม่ตอบสนองต่อยา Finasteride โดยปกติฮอร์โมน DHT เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ Testosterone ผ่านเอนไซม์ 5alpha-reductase ชนิด I และ II ยา Finasteride สามารถยับยั้งได้เฉพาะเอนไซม์ 5alpha-reductase ชนิด II เท่านั้น ในผู้ที่มีผมร่วงจากกรรมพันธุ์ค่อนข้างรุนแรง การใช้ Finasteride จึงอาจไม่เห็นผลชัดเจน หากต้องการยับยั้งทั้ง 5 alpha-reductase ชนิด I และ II จำเป็นต้องใช้ Dutasteride ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์แรงกว่า โดยทั่วไป
- Finasteride 1 mg/วัน ลดระดับ DHT ได้ประมาณ 65–70%
- Dutasteride 0.5 mg/วัน ลดระดับ DHT ได้ประมาณ 90–95%
ดังนั้น ในบางรายอาจต้องปรับชนิดของยา ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด

สรุปเรื่องการใช้ยาปลูกผม
การใช้ยาปลูกผมถือเป็นวิธี ง่ายและสะดวกที่สุด แต่ก็มีรายละเอียดและปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ผู้เข้ารับบริการควร ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เพื่อความปลอดภัย และเพื่อให้การรักษา เห็นผลสูงสุดตามสาเหตุของปัญหาผมร่วง





