
ที่ MP เราปลูกผมแบบใดบ้าง ความแตกต่าง ความเหมาะสม และ แบบใดเหมาะกับเรา
ทุกเทคนิคที่ปลูกที่ MP จะเป็น การเก็บกราฟต์ (Harvesting) โดยวิธี FUE หรือการเก็บทีละกราฟต์/กอผม หลังจากนั้นกอผมจะถูกนำมาปลูก (Transplantation) ด้วยวิธี DHI หรือการใช้ปากกานำปลูก ซึ่งหากเราตามไปดูผลลัพธ์ตอนผมขึ้น 4-5 เดือนจะเหมือนกัน

อีกเรื่องที่ต้องคำนึงคือ วัตถุประสงค์ของการปลูกผม เพื่อการรักษาศีรษะล้าน หรือ เป็นเพื่อศัลยกรรมตกแต่งปรับกรอบหน้า ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือก
แต่ในส่วนที่ต่างกันที่ลูกค้าเลือกได้คือ การตัดผม/โกนผม ซึ่งมี 3 แบบด้วยกัน
1.การโกนผมหมดทั้งศีรษะ หรือ Shave Technique ในแบบนี้คือตัดผมทั้งหมด เทคนิคนี้เหมาะกับ ผช ที่จำเป็นต้องรักษาศีรษะล้านด้วยการปลูกผม ซึ่งมีแนวโน้มที่ต้องใช้กราฟปริมาณมาก ตั้งแต่ 2000 กราฟต์ ขึ้นไป การปลูกเทคนิคนี้ข้อดีคือ การดูแลความสะอาดทำได้ง่าย สามารถปลูกผมได้ปริมาณเยอะ

2.การโกนบางส่วน หรือ Non Shave Technique ในแบบนี้ จะทำการโกนผมด้านหลังท้ายทอยที่เก็บผม ในส่วนของผมด้านหน้า และ ตรงกลางศีรษะจะถูกเก็บไว้ โดยหลักการคือหลังปลูกเสร็จ เราจะสระผม เป่าผม และเอาผมลงมาปิดแผลด้านหน้า โดยแผนด้านหลังจะถูกปิดด้วยก๊อซไว้เล็กน้อย ในส่วนเคส ผญ เราจะเอาผมที่เหลืออยู่ลงมาบัง ก็จะไม่เห็นว่าไปปลูกผมมา ซึ่งต้องบอกก่อนว่าวิธีนี้เป็นอีกทางเลือกนึงที่เหมาะกับทั้ง ผช/ผญ เนื่องจากสามารถปลูก ปริมานกราฟได้เยอะ ในช่วง 2000 กราฟต์ และ ยังสามารถใช้ผมเดิมซ่อนแผลด้าหน้าได้ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงค่าใช้จ่ายยังค่อนข้างถูกกว่าเทคนิคผมยาวหรือ Long Hair

3.การปลูกผมยาวหรือ Long Hair DHI

ก่อน

หลัง
ในแบบนี้ จะไม่มีการตัดผม โดยกอผมจะถูกเก็บมาทั้งความยาวเส้น ภายหลังปลูกผมเสร็จ จะได้ผมที่มีความยาวเท่าเดิม ไม่มีรอยแผล ทำให้ไม่มีคนทราบว่าเราไปปลูกผมมา วิธีนี้เหมาะกับ ผู้ที่ต้องใช้ภาพลักษณ์ตลอดเวลา ไม่มีเวลาพักฟื้นหรือรอผมยาว รวมถึงผู้ที่ไม่ต้องการตัดผม อย่างก็ตามวิธีนี้ยังคงมีข้อจำกัดคือ แม้เป็นผมยาวที่ปลูกก็ยังหลุดร่วงในลักษณะเดียวกันกับการปลูกผมสั้น โดยต้องรอให้รากผมสร้างผมใหม่ขึ้นมาก่อน และ การปลูกเทคนิคนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานทำให้ไม่เหมาะสำหรับการปลูกผมที่ต้องใช้ปริมาณกราฟต์เยอะกว่า 1500 กราฟต์






